ตำนานหมาเก้าหาง(ในทางที่ดี)

ภายใต้หางทั้งเก้าที่กวัดแกว่งลวงตา ยังมีตำนานบทเก่าที่ถูกลบเลือน ตำนานของ 'ผู้ขโมยเปลวเพลิงและเมล็ดพันธุ์' จากสรวงสวรรค์มามอบให้มวลมนุษย์
เอ่ยถึงหมาเก้าหาง คนจะคิดถึงตำนานจิ้งจอกเก้าหาง ผู้สร้างมหัตภัยอันลือลั่น ล่มราชวงศ์ หรือทำมนุษย์เข่นฆ่ากันเอง ไม่แปลกครับ เพราะเราโตมากับหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น ที่มักจะเขียนเรื่องเกหล่านี้เป็นหลัก ทำให้จิ้งจอกเก้าหาง หมาเก้าหาง เป็นภาพจำของสิ่งที่ไม่ดีซักเท่าไหร่ และแน่นอนว่า เมื่อมีเครื่องราง ในรูปลักษณ์ จิ้งจองเก้าหาง บางคนก็มองแล้วกังขา ว่ามันมีคุณธรรมอะไรให้ต้องเอามาทำเครื่องรางแขวนคอ บางคนก็บอกสรรพคุณว่า สำหรับเอาไว้หลอกลวง และโกหกคน หรือไม่ก็หมาจิ้งจอกเจ้าหาก มีมนต์สะกด พูดอะไรใครก็เชื่อ จึงเอามาทำเป็นเครื่องราง ซึ่งบางคนก็เห็นด้วย บางคนก็ไม่เห็นด้วย อันนั้นก็เป็นวิจารณญาณของแต่ละคน ผมคงไม่ติดสินใคร เพราะนอกจากจะไม่มีสิทธิ์แล้ว ทุกๆอย่างมีสองด้าน เพราะตำนานหมาเก้าหาง มันไม่ได้มีแค่จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ในทางที่ไม่ดี แต่ตำนานนี้ มันยังมีในนิทานพื้นบ้านอีสานโบราณ สุพรหมโมกขาหมาเก้าหาง และตำนานของฝั่งบ้านเราของชาวจ้วง ลื้อ ไท ซึ่งเป็นว่านเครือคนไทยในปัจจุบันนี้ ซึ่งตำนานที่มีทั้งดราม่า และความเสียสละ เหตุผลที่เพื่อนสี่ขา อยู่คู่กับสังคมมนุษย์มาอย่างยาวนาน

ผมจะยึดเอาตำนานเดียว นั่นคือตำนานของฝั่งจ้วง เพื่อไม่ให้บทความยาวเกินไป ส่วนใครสนใจ ก็ไปค้นคว้าหาอ่านเอาได้อย่างไม่ยากครับ เริ่มจากตำนานของโลกมีเทพ 2 ประเภท เทพแห่งฟ้า แห่งแห่งดิน
เทพแห่งดินนั้น น้อยเนื้อต่ำใจ ที่โดนส่งมาให้ดูแลพื้นดิน แต่ไม่มีอะไร นอกจากหมาเก้าหางจากสวรรค์ ที่ลงมาเป็นเพื่อน วันนึงเทพแห่งดิน นั่งลงอย่างเหน็ดเหนื่อย คิดถึงวันวานที่อยู่บนสวรรค์ มีธัญพืชมากมาย มีข้าวนานาชนิด ได้กิน อยากจะได้มาเพื่อเพาะปลูกให้มนุษย์ได้กินอาหารแบบชาวสวรรค์บ้าง
หมาเก้าหางได้ยิน ก็บอกว่างั้นเดี๋ยวจะไปขโมยมาให้ คั่นไว้ตรงนี้ ในสมัยโบราณ เชื่อกันว่าหมามีเก้าหาง หางทั้งเก้าแทนปีก ให้ลองจินตนาการ ว่าหมาใช้หางทั้งเก้า เหมือนใบพัดเฮลิคอปเตอร์ในการบินดูครับ นั่นล่ะ เขาว่าหมามีเก้าหางเพราะแบบนั้น มาว่ากันต่อ หมาเก้าหางอาสาไปขโมยเมล็ดพันธุ์ข้าว และธัญพืชต่างๆ จากยุ้งฉางสวรรค์ โดยเอาตัวไปเกลือกกับเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้ติดอยู่ในขนตัวเอง เมื่อขโมยแล้ว กำลังจะออกจากยุ้งฉาง เทพแห่งฟ้าเห็นพอดี จึงได้เขวี้ยงขวาน เพื่อตัดหางของหมาเก้าหางออก เพื่อให้บินลงไปนำธัญพืช ไปสู่โลกมนุษย์ไม่ได้ ตรงนี้บางตำนานว่า เป็นพระอินทร์ สั่งสายฟ้าให้ผ่าโจมตี ก็แตกต่างกันออกไปนะครับ
หมาเก้าหางโดนอาวุธของเทพแห่งฟ้า ตัดเอาหางออกไป 8 หาง เหลือหางเดียว ก็ลงสู่พื้นดินได้พอดี เมล็ดพันธุ์เป็นถุงๆที่คาบมาหายไปหมด แต่มีเหลือติดอยู่ในพุ่มหาง เทพแห่งดินเห็นก็ดีใจอย่างมาก จึงได้เอาเมล็ดพันธุ์นั้น ปลูกเป็นข้าวและแจกจ่ายให้มนุษย์ได้กินกันสืบมา นี่คือตำนานคร่าวๆนะครับ ของจริงสนุกกว่านี้ ผมเอามาเล่าโดยย่อ ยังมีเรื่องราวที่หมาโมโหให้หมู ที่ไปฟ้องมนุษยืว่าหลังได้เมล็ดพันธุ์มา ก็เอาแต่เล่น ไม่ช่วยทำงาน ให้หมูเอาจมุกขุดดินอยู่คนเดียว หมาโมโหก็เลยตบจมูกหมูจนหดเข้าไป กลายเป็นจมูกแบนๆในปัจจุบันนั่นเองครับ

เมื่ออ้างอิงจากตำนานนี้ หมาเก้าหาง จึงไม่ใช่เรื่องราวในทางที่เสื่อมเสีย ล่อลวงคน แต่เป็นตำนานแห่งการกำเนิด เสียสละ ที่มาแห่งเมล็ดพันธุ์ข้าว ในหมู่ชาวจ้วง ยังมีวัฒนธรรม เอาข้าวนาแรก มาหุงให้หมากิน เพื่อเป็นการตอบแทนอยู่ และในสมัยโบราณ การรำลึกถึงคุณของหมามีมาแต่โบราณแล้ว ยังมีมนุษย์รำลึกถึงบุญคุณของหมา ตอบแทนด้วยการ…….ฆ่าหมาแล้วกินเนื้อ ฟังดูสยดสยอง ใช่ครับ แต่เราจะยึดถือบริบทปัจจุบัน กับอดีตไม่ได้ แม้จะมองว่าป่าเถื่อน แต่ชนโบราณ ถือว่าเป็นการให้ความเป็นหมา มาอยู่ในตัว และการกิน คือการเคารพชีวิต ไม่ได้ฆ่าเพื่อความสนุกและทิ้งขว้าง
ดังนั้นเมื่อมีคนถาม ถึงเครื่องราง จิ้งจอกเก้าหาง มันมีสรรพคุณอะไร สำหรับของของผมที่สร้างออกมา ยึดคตินี้ คือความอุดมสมบูรณ์ ความภักดีของเพื่อน 4 ขา และวิชาอันลือลั่นของอีสานอีกอย่าง
เสน่ห์หน้าหมา และนางหมาขาว ที่ถือเป็นวิชาเสน่ห์ มหานิยมอย่างเอกอุครับ
ตำนาน เรื่องเล่า ความเชื่อ ที่เอาอีกมุมมองมาให้เห็นกัน บทความ งานเขียนต่างๆ หากชอบ หรืออยากอ่านกันเรื่อยๆ สนับสนุนเราได้ แค่บูชา สั่งซื้อผลงานจัดสร้าง วัตถุมงคลต่างๆ เพื่อให้เราได้มีทุน เช่าโฮสต์ เพื่อรวบรวมบทความ งานเขียนต่างๆ ไว้ได้ให้อ่านกันต่อไปนานๆ ในรูปแบบเวบไซต์หน้าตาสวยงาม มีผู้ดูแลระบบ ทำให้ปลอดภัย และไม่รกหูรกตา จากคลิกโฆษณาต่างๆ และยังเป็นกำลังใจให้ผม ได้เขียนบทความอื่นๆต่อไปครับ ขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่าน
ภายใต้หางทั้งเก้าที่กวัดแกว่งลวงตาในหน้าประวัติศาสตร์ ยังมีตำนานบทเก่าที่ถูกลบเลือนซุกซ่อนอยู่... ตำนานของ ‘ผู้ขโมยเปลวเพลิงและเมล็ดพันธุ์’ จากสรวงสวรรค์ เบื้องบนมามอบให้เพื่อต่อลมหายใจของมวลมนุษย์
เมื่อเอ่ยถึง “เก้าหาง” ผู้คนมักจะนึกถึงตำนานจิ้งจอกเก้าหาง ผู้สร้างมหันตภัยอันลือลั่น ล่มสลายราชวงศ์ หรือปั่นหัวมนุษย์ให้เข่นฆ่ากันเอง ซึ่งก็ไม่แปลกครับ เพราะเราต่างเติบโตมากับอิทธิพลของสื่อและการ์ตูนญี่ปุ่น ที่มักจะหยิบยกเรื่องราวเหล่านี้มาเป็นโครงเรื่องหลัก ภาพจำของจิ้งจอกเก้าหางหรือหมาเก้าหางจึงมักผูกติดอยู่กับสัญลักษณ์ของความเจ้าเล่ห์และสิ่งอัปมงคล
และแน่นอนว่า เมื่อมีการจัดสร้างเครื่องรางในรูปลักษณ์ของจิ้งจอกเก้าหาง หลายคนย่อมเกิดความกังขาว่า สัตว์ในตำนานที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมเช่นนี้ มีคุณธรรมอันใดให้ต้องนำมาทำเป็นเครื่องรางแขวนคอ? บางคนค่อนขอดว่ามีไว้เพื่อหลอกลวงผู้คน หรือใช้มนต์สะกดให้คนลุ่มหลง ซึ่งเสียงวิจารณ์เหล่านี้ก็เป็นวิจารณญาณส่วนบุคคลที่ผมคงไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใคร เพราะทุกสิ่งบนโลกล้วนมีสองด้านเสมอ
แต่แท้จริงแล้ว ตำนานหมาเก้าหางไม่ได้มีรากเหง้าอยู่แค่ในคติของจีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ในแง่มุมที่มืดมนเท่านั้น หากแต่ยังฝังรากลึกอยู่ในนิทานพื้นบ้านอีสานโบราณ อย่างเรื่อง ‘สุพรหมโมกขาหมาเก้าหาง’ รวมถึงตำนานของกลุ่มชาติพันธุ์จ้วง ลื้อ และไท ซึ่งเป็นว่านเครือบรรพบุรุษของคนไทยในปัจจุบัน ตำนานเหล่านี้ไม่ได้เล่าขานถึงการทำลายล้าง แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความเสียสละอันยิ่งใหญ่ และเป็นกุญแจสำคัญที่ตอบคำถามว่า เหตุใดเพื่อนสี่ขาผู้ซื่อสัตย์จึงอยู่เคียงคู่กับสังคมมนุษย์มาอย่างยาวนาน
เพื่อให้เนื้อหาไม่ยืดเยื้อจนเกินไป ผมจะขอยึดเอาตำนานของฝั่งชาวจ้วงมาเล่าสู่กันฟังครับ... ปฐมบทแห่งตำนานกล่าวว่า โลกเราแบ่งเทพออกเป็นสองบริบท คือเทพแห่งฟ้า และเทพแห่งดิน เทพแห่งดินนั้นรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกส่งลงมาดูแลพื้นโลกอันแห้งแล้ง ไม่มีสิ่งใดเจริญตา นอกจาก ‘หมาเก้าหาง’ จากสรวงสวรรค์ที่ถูกส่งลงมาเป็นเพื่อนแก้เหงา วันหนึ่ง เทพแห่งดินทอดถอนใจด้วยความเหนื่อยล้า หวนคิดถึงวันวานบนสวรรค์อันอุดมสมบูรณ์ ที่นั่นมีธัญพืชและข้าวนานาชนิดให้ลิ้มรส ท่านจึงปรารถนาจะได้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นมาเพาะปลูก เพื่อให้มนุษย์บนโลกได้ลิ้มรสอาหารแห่งชาวสวรรค์บ้าง
เมื่อหมาเก้าหางได้รับรู้ถึงความปรารถนานั้น ด้วยความซื่อสัตย์จึงอาสาที่จะขึ้นไปขโมยเมล็ดพันธุ์มาให้ คั่นรอยต่อตรงนี้สักนิดครับ... ในความเชื่อโบราณ หางทั้งเก้าของสุนัขสวรรค์นั้นทำหน้าที่เสมือน ‘ปีก’ ลองจินตนาการภาพสุนัขที่ใช้หางทั้งเก้ากวัดแกว่งหมุนวนราวกับใบพัดเฮลิคอปเตอร์เพื่อโบยบินดูสิครับ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมสุนัขสวรรค์ถึงต้องมีเก้าหาง
กลับมาที่ตำนาน หมาเก้าหางโบยบินขึ้นสู่ยุ้งฉางสวรรค์ มันใช้ร่างของตัวเองเกลือกกลิ้งไปกับกองธัญพืช เพื่อให้เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตติดฝังแน่นอยู่ตามขนปุยหนา แต่ทว่า ในจังหวะที่กำลังจะหลบหนี เทพแห่งฟ้ากลับล่วงรู้ถึงการโจรกรรมครั้งนี้ จึงได้ตวัดขวานฟาดฟันลงมาหมายจะตัดหางของหมาเก้าหางทิ้ง เพื่อเด็ดปีกไม่ให้มันนำเมล็ดพันธุ์ลงไปสู่โลกมนุษย์ได้ (บางตำนานก็กล่าวว่าเป็นพระอินทร์ที่ฟาดสายฟ้าลงมาทัณฑ์บน ซึ่งก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น)
...คมอาวุธสวรรค์ตัดหางของสุนัขผู้กล้าหาญขาดสะบั้นไปถึง 8 หาง ทว่าด้วยหางเพียงหางเดียวที่เหลืออยู่ มันยังคงฝืนทนร่วงหล่นลงสู่พื้นดินได้อย่างปาฏิหาริย์ แม้เมล็ดพันธุ์ที่คาบมาเป็นถุงจะสูญหายไปหมดสิ้น แต่ยังคงมีเมล็ดข้าวที่ซุกซ่อนติดอยู่ในพุ่มหางสุดท้ายนั้น เทพแห่งดินเห็นดังนั้นก็บังเกิดความปีติยินดีเป็นล้นพ้น จึงได้นำเมล็ดพันธุ์แห่งความเสียสละนั้นมาเพาะปลูก กลายเป็นต้นข้าวที่หล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์มาจนถึงทุกวันนี้
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สุนัขสวรรค์จึงเหลือหางเพียงหางเดียว และไม่อาจกวัดแกว่งเพื่อโบยบินกลับคืนสู่สรวงสวรรค์ได้อีกต่อไป เมื่อสิ้นฤทธิ์เดชและไร้ซึ่งเวทมนตร์ใดๆ มันจึงต้องลดทอนความหยิ่งผยองแห่งสายเลือดเทพ ลงมาใช้ชีวิตอย่างพึ่งพิงและมอบความภักดีอยู่เคียงข้างมนุษย์ เหตุที่เพื่อนสี่ขาเหล่านี้เชื่องและซื่อสัตย์ต่อเราอย่างถึงที่สุด ก็เพราะพวกมันไม่มีที่พึ่งพาอื่นใดอีกแล้ว จึงเป็นพันธสัญญาและหน้าที่ของมวลมนุษยชาติ ที่จะต้องคอยเลี้ยงดูและตอบแทนความเสียสละของอดีตเทพผู้ยอมละทิ้งอิสรภาพบนฟากฟ้า เพื่อแลกกับความอุดมสมบูรณ์บนผืนดิน...
เมื่อเราพิจารณาผ่านแว่นตาแห่งตำนานนี้ หมาเก้าหางจึงไม่ใช่สัญลักษณ์ของความเสื่อมเสีย...
เมื่อเราพิจารณาผ่านแว่นตาแห่งตำนานนี้ หมาเก้าหางจึงไม่ใช่สัญลักษณ์ของความเสื่อมเสียหรือการล่อลวง หากแต่เป็นปฐมบทแห่งการกำเนิด ความเสียสละ และที่มาของความอุดมสมบูรณ์ ในวัฒนธรรมของชาวจ้วง จึงมีประเพณีการนำข้าวใหม่จากนาแรกมาหุงให้สุนัขกิน เพื่อเป็นการรำลึกและตอบแทนบุญคุณ
นี่คือเค้าโครงโดยย่อครับ ของจริงยังมีรายละเอียดที่สนุกและมีสีสันกว่านี้มาก เช่น เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่หมาเก้าหางเกิดบันดาลโทสะใส่ ‘หมู’ ที่เอาแต่นอนขี้เกียจไม่ยอมช่วยมนุษย์ทำงานหลังได้เมล็ดพันธุ์ ซ้ำยังไปฟ้องมนุษย์อีก หมาจึงตบจมูกหมูจนยุบหดเข้าไป กลายเป็นที่มาของจมูกหมูแบนๆ ในปัจจุบันนั่นเอง
และหากจะกล่าวถึงประเพณีโบราณที่บางกลุ่มใช้วิธีรำลึกคุณด้วยการ... ‘ฆ่าสุนัขเพื่อบริโภคเนื้อ’ ฟังดูอาจจะสยดสยองและขัดกับความรู้สึกของเราในยุคนี้ใช่ไหมครับ แต่เราต้องเข้าใจว่า การนำบริบทและศีลธรรมของโลกปัจจุบันไปตีกรอบอดีตนั้นไม่อาจทำได้ทั้งหมด ในสายตาของชนเผ่าโบราณ การกระทำที่ดูป่าเถื่อนนี้คือพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นการ ‘หลอมรวม’ เอาความกล้าหาญและความเป็นสุนัขสวรรค์เข้ามาสถิตในตัวมนุษย์ การกินในบริบทนี้คือการเคารพชีวิตสูงสุด ไม่ใช่การเข่นฆ่าเพื่อความสนุกสนานหรือทิ้งขว้างแต่อย่างใด
แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนผ่าน พิธีกรรมที่ดูรุนแรงอาจเลือนหายไป แต่วิญญาณแห่งความภักดีและการเสียสละนั้น ยังคงถูกผนึกไว้ในรูปแบบของวิชาและเครื่องราง ดังนั้น เมื่อมีคำถามว่าเครื่องรางจิ้งจอกเก้าหางมีสรรพคุณอย่างไร สำหรับผลงานที่สำนักฤษเวทย์ของผมจัดสร้างขึ้น เรายึดถือคติแห่งหมาเก้าหางผู้เสียสละนี้เป็นแก่นแท้ มันคือตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ ความซื่อสัตย์ภักดีแบบเพื่อนสี่ขา และยังผสานเข้ากับวิชาชั้นครูอันลือลั่นของอีสาน อย่าง ‘วิชาเสน่ห์หน้าหมา’ และ ‘นางหมาขาว’ ซึ่งถือเป็นสุดยอดวิชามหาเสน่ห์ เมตตามหานิยมอย่างเอกอุ
ตำนาน เรื่องเล่า และความเชื่อ ล้วนมีหลากหลายมิติให้เราได้ค้นหา หากท่านผู้อ่านชื่นชอบบทความที่เปิดมุมมองใหม่ๆ แบบนี้ และอยากสนับสนุนให้มีงานเขียนออกมาเรื่อยๆ ท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งได้ง่ายๆ เพียงแค่บูชาหรือสั่งซื้อผลงานจัดสร้างวัตถุมงคลจากสำนักของเรา ทุนทรัพย์เหล่านี้จะถูกนำไปใช้เช่าโฮสต์ เพื่อพัฒนารูปแบบเว็บไซต์ให้สวยงาม ปลอดภัย ไร้โฆษณากวนใจ และเป็นพื้นที่รวบรวมงานเขียนให้ทุกท่านได้อ่านกันต่อไปนานๆ ถือเป็นกำลังใจสำคัญให้ผมได้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นต่อไป ขอขอบพระคุณผู้สนับสนุนทุกท่านจากใจจริงครับ


