คนไม่รู้จักคุณ.....

"คนไม่รู้จักคุณ!" ช้าก่อน... ผมไม่ได้กำลังจะเขียนเรื่องคนเนรคุณ คนทรพี แต่ประการใด แต่เป็นการขยายความ พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ... คุณเชื่อกันมั้ยว่า คนเรียนอาคมและศึกษาไสยเวทย์ ไม่เข้าใจความหมายของคำนี้

ความเชื่อผิดๆ ของคนสวดมนต์ยุคนี้
เกริ่นเหตุผลที่เขียนเรื่องนี้ ช่วงหลังๆ ผมจะเห็นคนที่สวดมนต์หลายๆ คน เริ่มจะขยายความเชื่อผิดๆ เช่น อย่าสวดมนต์บท ชินบัญชร, พาหุง, พระมหาจักรพรรดิ ฯลฯ และอีกหลายๆ บทสวด ที่ล้วนแต่เป็นพุทธมนต์ที่มีอานิสงส์มากมาย แต่กลับห้ามปราม ไม่ให้สวดเมื่อไปนอกสถานที่ หรือหนักกว่านั้น แม้แต่ในบ้านก็ไม่แนะนำให้สวด
เพราะแปลความหมายของบทสวด แล้วเข้าใจกันไปว่าจะเชิญพระอรหันตาเจ้าท่านทั้งหลายเหล่านั้น มาสถิต มาอยู่ในร่างกาย นั้นไม่เหมาะสม เหตุเพราะเราเป็นฆราวาส อาจจะทำอะไรไม่ดี หรือหนักไปกว่านั้นบ้างก็ว่า 'ท่านทั้งหลายในบทสวด ล้วนแต่ไปนิพพานกันหมดแล้ว เชิญท่าน ท่านก็ไม่มา หรือไม่ก็ไม่ควรจะไปรบกวนท่าน' บอกตรงๆ ว่าอ่านแล้วผมเพลีย แรกๆ ก็หัวเราะและขำหึๆ แจ่หลังๆ ผมชักจะขำไม่ออก ก็เพราะคำพูดนี้มันตอกย้ำบ่อยเข้าๆ มันชักจะกลายเป็นความเชื่อหลักกันไปซะแล้ว จึงขอเขียนอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ซักหน่อย ใครมาอ่านเจอก็ยินดี ใครอ่านไม่เจอก็ขอให้วันนึงได้มาเจอบทความนี้ เพื่อที่ท่านจะได้ไม่ต้องละทิ้ง หรือเลิกสวดบทสวดมนต์ที่มีอานิสงส์มากมายข้างต้น กลับมาสวดอีกครั้งได้อย่างสบายใจครับ
คุณภาพที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน... ของคน (อ้างว่า) เล่นของ
และอีกเหตุผล ที่นำมาเขียนบทความยาว นั่นก็เพราะหลังๆ หลายๆ คนไม่เข้าใจคำว่า “อัญเชิญคุณพระเข้าตัว” “อัญเชิญคุณมนต์ คุณคาถาเข้าตัว” บางคนถึงขนาดโพล่งออกมาว่า 'จะให้เชิญไปทำไม แบบนี้ของก็เข้าตัวผมน่ะสิครับ' บอกตรงๆ ว่าในหัวผมมีแต่คำว่า นี่คือคนเรียนไสยศาสตร์ยุคสมัยนี้จริงๆ เหรอ... คุณภาพและความเข้าใจช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เอาว่าถ้าคุณเข้าใจคำว่า “คุณ” ก็ดีใจด้วยครับ คุณคือหัวแถว แต่หากคุณไม่เข้าใจ และอยากจะเข้าใจความหมายของคำนี้จริงๆ ก็เชิญอ่านต่อจากนี้ เพราะเหตุหลักของการเล่นของ ถือวิชาอันใดไม่ขึ้น สาเหตุมักจะมาจาก “ไม่รู้จักคุณ” ของพระเวทย์ พระมนต์ คุณพระรัตนตรัย และคุณครูบาอาจารย์นั่นเองครับ
ถอดรหัสคำว่า "คุณ" ในทางไสยเวทย์
มาว่าถึงคำว่า “คุณ” ถ้าอธิบายง่ายๆ ตามภาษาปัจจุบัน คำนี้คือ “คุณสมบัติ” ถ้าบอกแบบนี้คงพอเข้าใจกันขึ้นมาแล้วใช่มั้ยครับ อธิบายความหมายเพิ่มเติมตามพจนานุกรม คุณสมบัติ แปลว่า คุณลักษณะประจำตัว, คุณงามความดี หรือลักษณะเฉพาะตัวที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือบุคคลนั้นๆ มีอยู่
“คุณ” ในความหมายของทางไสยเวทย์ อาคม ก็คือสิ่งที่เป็นองค์ประกอบของสิ่งนั้นๆ เช่น พุทธคุณ ก็คือ คุณสมบัติของพระพุทธเจ้า ได้แก่
พระปัญญาคุณ: ที่ท่านเปี่ยมด้วยพระปรีชาญาณอันปราดเปรื่อง ตรัสรู้ได้โดยพระองค์ท่านเอง
พระบริสุทธิคุณ: ที่ท่านปราศจาก กิเลส ราคะ โทสะ โมหะ ทั้งปวง
พระมหากรุณาธิคุณ: ที่ท่านสละพระชนม์ชีพของท่าน ในการทุ่มเท สั่งสอนชี้ทางพระสาวก สัตว์โลกทั้งหลาย ไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่ย่อท้อจวบจนท่านละสังขารท่านเข้าสู่นิพพาน
คุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นพระพุทธเจ้า ก็คือความแน่วแน่และไม่ย่อท้อต่อสิ่งที่ยาก ลำบาก เสียสละ การสะสมบำเพ็ญบารมี 4 อสงไขย แสนมหากัป กว่าจะมาตรัสรู้เป็นองค์พระศาสดา นี่คือความหมายของคำว่า พุทธคุณ หรือคุณสมบัติของพระพุทธเจ้าครับ
นัยยะแฝงของการบูชา พระรัตนตรัย
แถมให้อีกนิด ที่เข้าใจกันว่า จุดธูป 3 ดอก คือการบูชาพระรัตนตรัย ความจริงแล้ว จะบูชาพระรัตนตรัย ต้องครบทั้ง ธูป 3 ดอก เทียน 2 เล่ม ดอกไม้ 1 กำ
ธูป 3 ดอก ก็ความหมายข้างต้น (ปัญญา, บริสุทธิ์, กรุณา)
เทียน 2 เล่ม ก็พระสูตรและพระวินัย เหตุที่ใช้เทียน ก็เพราะแทนการตื่นรู้ สังเกตที่เปลวไฟของเทียนครับ จะมีลักษณะคล้ายดวงตา คนที่ศึกษาพระธรรม เขาจึงให้คำว่า 'ดวงตาเห็นธรรม' ด้วยประการฉะนี้
ดอกไม้ ก็เปรียบเหมือน ดอกไม้ต่างสี นานาพันธุ์ หรือดอกไม้เดียวกัน ต่างต้น ต่างกิ่ง ต่างใบ เอามาเรียงร้อยเป็นมาลัยถวาย ก็เปรียบดั่งคนจากหลายครอบครัว วงศ์วานว่านเครือ เอามาอยู่ในระเบียบของพระวินัย ก็ดูแล้วมีความเรียบร้อยสะอาดตา น่าชื่นชมและบูชา
เวลาเข้าวัด บูชาดอกไม้ธูปเทียน ก็อย่าลืมที่จะระลึกถึงเรื่องนี้ ที่ประกอบแล้วเป็น “คุณแห่งพระรัตนตรัย”
ความเชื่อผิดๆ เรื่องข้อห้ามสวดชินบัญชร และ พาหุงมหากา ในยุคนี้
ชินบัญชร และ พาหุง... การเชิญ "คุณ" มิใช่เชิญ "วิญญาณ"
มาว่ากันต่อครับ กับความเข้าใจผิดๆ ที่ว่า อย่าสวดชินบัญชร อย่าสวดพาหุง มาถอดความหมายคร่าวๆ ของคาถาสองบทนี้กันดู

คำแปลคร่าวๆ ของคาถาชินบัญชร คืออัญเชิญพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ และพระอัครสาวกทัั้งหลาย มายังอวัยวะต่างๆ บนร่างกาย ถ้าแปลตรงตามความหมาย ก็แน่นอนครับ ว่าอวัยวะต่างๆ ของฆราวาส ปุถุชนเช่นเรา ไม่บังควรที่จะเป็นที่สถิตของพลังงานที่ยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ของท่านทั้งหลายเหล่านั้นอยู่แล้ว
แต่เพราะการสวดบทชินบัญชร จริงๆ แล้วไม่ใช่การเชิญดวงพระวิญญาณของพระพุทธเจ้าและพระอัครสาวก มาสถิตร่างกาย แต่เป็นการเชิญ 'คุณสมบัติ' ของพวกท่าน มายังสู่ร่างกายของเรา ถ้าเอาความหมายที่ใกล้ๆ ก็คือการเชิญญาณหรือกระแสพลัง ที่เรียกกันว่า เชิญคุณพระเข้าตัว นั่นล่ะครับ แบบนี้แล้ว จะคิดว่าไม่สมควรหรือไม่
อันที่จริง สำหรับผู้ที่สวดมนต์บทนี้ให้เต็มสูตร เต็มอานิสงส์ โบราณท่านกำหนดไว้ ว่าให้คิดถึงภาพท่านเหล่านั้นเป็นดวงพลังงาน มาสถิตยังส่วนต่างๆ ไล่ไป อันเป็นการทำดวงแก้วกรรมฐานอย่างนึง ถ้าทำได้ตามที่โบราณาจารย์ท่านได้กำหนดไว้ การสวดมนต์บทนี้ ได้ทั้งอานิสงส์จากการสวดสาธยายมนต์ การบำเพ็ญภาวนา ทั้งสมถวิปัสสนา และวิปัสสนากรรมฐาน ไปในคราวเดียวกันเลย ดังนั้น ใครที่บอกว่าไม่ควรสวดมนต์บทนี้ นั่นคือคนที่สวดมนต์ไม่เป็นครับ
เปรียบเพิ่มอีกอย่าง มีผู้รู้ท่านได้กล่าวว่า ลักษณะการสวดมนต์และกำหนดจิต ตามที่ว่าในบันทึกของโบราณาจารย์ ท่านว่าไปคล้ายคลึงกับแนวทางแห่งสายมหายาน ที่ถือคติเรื่อง ตรีกาย ที่ได้แก่ ธรรมกาย, สัมโภคกาย และนิรมาณกาย การทำตามแนวทางโบราณาจารย์ท่านได้ให้แนวทางไว้ นั่นคือการปฏิบัติธรรมแบบสองสายไปในครั้งเดียวกันเลย ดังนั้นอานิสงส์มากมายขนาดไหน ผมเองก็พรรณนาไม่ไหวครับ ดั่งคำว่า "พุทโธอัปปมาโณ" คุณแห่งพระพุทธเจ้านั้น อุปมามิได้ ดังนั้นแล้ว ใครยังคิดว่าไม่ควรจะสวดบทชินบัญชรกันอยู่อีกมั้ยครับ
มาว่ากันต่อ ถึงความหมายคำแปลของบท พาหุง ที่แปลคร่าวๆ คือ ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธองค์ยามเมื่อครั้งเผชิญอุปสรรคครั้งใหญ่ แล้วท่านผ่านมาได้ ซึ่งในพระพุทธประวัติ ท่านก็ผ่านมาได้ โดยใช้ บารมี 10 ทัศ อันได้แก่ ทาน, ศีล, เนกขัมมะ, ปัญญา, วิริยะ, ขันติ, สัจจะ, อธิษฐาน, เมตตา, และอุเบกขา ผ่านมาได้ทั้งสิ้น เป็นคำสอนและเตือนใจไปในตัวว่า ไม่ว่าจะอุปสรรคใดๆ หนักหนาสาหัสเพียงไหน ขอเพียงทำในสิ่งเหล่านี้ ก็ชนะได้ทุกปัญหาและอุปสรรคของทุกๆ ช่วงเวลาของชีวิต

ดังนั้นแล้ว ใครยังคิดว่าไม่ควรจะสวดบทพุทธคุณทั้งหลายเหล่านี้กันอยู่อีกมั้ยครับ ถ้ายังคิดว่าไม่ควร ก็ So be it แล้วแต่คุณครับ ความเข้าใจของคุณและผมคงต่างกัน เราอาจจะอยู่คนละมิติเวลา และหวังว่าผมจะไม่ได้เจอคุณในมิติเวลาของผมอีก... ส่วนใครที่สวดแล้ว สวดอยู่ และจะสวดต่อไป ผมก็ขออนุโมทนาบุญจากอานิสงส์ต่างๆ จากการปฏิบัติธรรมของท่านด้วย
คาถาเข้าตัว ก็ไม่สู้คาถาเข้าใจ
แค่พุทธคุณยังยืดยาวเสียขนาดนี้ ถ้าจะให้กล่าวถึง “คุณ” ของสิ่งต่างๆ ทั้งหมด ก็คงจะยาวจนถึงขนาดเขียนหนังสือได้เป็นเล่มๆ ใจจริงอยากจะเขียน เพียงแต่เวลาของผมนั้นน้อยเหลือเกิน ไม่ได้มีเวลามากพอจะเขียนอะไรยาวๆ ซักเท่าใดนัก และด้วยงานเขียนของผมส่วนใหญ่ นั้นเป็นวิทยาทาน และธรรมทาน ไม่ได้ทำให้ผมมีรายได้จากการเขียนสิ่งต่างๆ ยาวๆ แต่ผมก็ยังรักและอยากจะเขียน เมื่อใดที่มีเวลา
แต่ท่านใดที่อ่านบทความนี้แล้ว ก็คงพอจะเข้าใจของคำว่า “คุณ” ของสิ่งต่างๆ ในเรื่องไสยเวทย์และอาคม คงไม่ยากในการที่จะทำความเข้าใจ ในคำว่า “คุณครูบาอาจารย์ คุณน้ำ คุณดิน คุณลม คุณไฟ คุณอักขระ คุณพระเวทย์ คุณพระมนต์ คุณพระอาคมและคาถา” คนจะเรียนไสยศาสตร์ สิ่งสำคัญที่ควรจะมีคือ ปฏิภาณ และไหวพริบครับ ถ้าเข้าใจคำว่า “คุณ” แล้ว สิ่งที่ผมว่ามานี้ ไม่ยากเกินที่จะเข้าใจครับ
จะเรียนอาคม ไสยเวทย์ เล่นของ ถือวิชา อย่าได้ละเลยและมองข้ามที่จะเชิญ ”คุณ” ของสิ่งต่างๆ เข้าตัวครับ และอย่าเชิญเพียงสักแต่ว่าเชิญ ศึกษาและนำคุณสมบัติของสิ่งที่เราเชิญนั้น มาปฏิบัติและเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
"คาถาเข้าตัว ก็ไม่สู้คาถาเข้าใจ" คำโบราณท่านว่า “ลืมคาถายังเหลือแรงครู ลืมแรงครู มึงไม่เหลืออะไรเลย”

บทส่งท้าย
วันนี้จบเพียงเท่านี้ ท่านใดชื่นชอบบทความ และอยากให้ผมเขียนให้อ่านเรื่อยๆ สนับสนุนสำนักและเว็บไซต์แห่งนี้ได้ ด้วยการสั่งซื้อ บูชาวัตถุมงคลและผลงานจัดสร้างต่างๆ ของทางสำนัก เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมมีทุนทรัพย์ที่จะเช่าโฮสต์แห่งนี้ ไว้เป็นคลังความรู้สำหรับท่านที่สนใจได้ติดตามอ่านกัน อย่างไม่มีโฆษณาและแบนเนอร์สิ่งรบกวนทั้งหลาย
วันนี้ผมยังมีทุนทรัพย์ที่จะนำทุนรอนส่วนตัว มากัดฟันจ่ายค่าโฮสต์อยู่ แต่ถ้าวันไหนวันนึง ไม่มีการสนับสนุนเข้ามา ก็อาจจะจำเป็นต้องปิดตัวลงไป ทุกการสนับสนุน นอกจากได้อ่านสาระและความรู้ดีๆ ที่ผมรับประกันว่าหาอ่านจากที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ ยังได้ของดี ที่สร้างจากความตั้งใจ ใส่ใจตามวิถีไสยเวทย์ ที่ทำทุกอย่างยึดถือตามตำราและคำกำชับของครูบาอาจารย์
ญ.ญาณวุฒิเทวัญ สมิงมนตรามหาเสน่ห์ สำนักฤษเวทย์ ไสยเวทย์วิทยาและมนตราอีสาน
FAQ: ไขข้อข้องใจ ปัญหาโลกแตกของคนสวดมนต์และคนเล่นของ
Q1: สวดชินบัญชรในบ้านได้ไหม? มีข้อห้ามอะไรหรือเปล่า? A: สวดได้ดิวะครับ! บ้านคุณไม่ใช่ศาลพระภูมิร้าง ทำไมจะสวดไม่ได้? การสวดชินบัญชรคือการอัญเชิญ 'คุณสมบัติ' ความบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์มาเป็นเกราะคุ้มกัน ไม่ใช่ไปอัญเชิญดวงวิญญาณท่านมาสิงโต๊ะตู้เตียงในบ้าน! ข้อห้ามเดียวของการสวดชินบัญชรคือ "ห้ามสวดแบบนกแก้วนกขุนทองโดยไม่รู้ความหมาย" ครับ มีสติแล้วสวดไปเถอะ อานิสงส์ล้วนๆ
Q2: สวดพาหุงมหากา มีข้อห้ามไหม? สวดแล้วจะไปเรียกสัมภเวสีเข้าบ้านจริงเหรอ? A: เลอะเทอะครับ! บทพาหุงคือบทสวดแห่ง 'ชัยชนะ' ที่พระพุทธเจ้าใช้บารมี 10 ทัศปราบมาร ปราบช้าง ปราบโจร... สวดแล้วมันจะไปเรียกสัมภเวสีมาได้ยังไง? มีแต่สิ่งอัปมงคลนั่นแหละที่ต้องวิ่งหนี! ใครบอกสวดแล้วไม่ดี แสดงว่าคนนั้นสวดไม่เป็น หรือไม่ก็มีมารในใจซะเอง สวดไปเถอะครับ ชีวิตจะได้ชนะอุปสรรคบ้าง ไม่ใช่ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่อ้าปากท่อง
Q3: คาถาเข้าตัว ของเข้าตัว เกิดจากอะไร? แล้ววิธีแก้ต้องทำยังไง? A: เกิดจากความ 'ไม่รู้' ไงครับ! ท่องคาถาปาวๆ แต่ไม่รู้จัก "คุณ" ของสิ่งที่ตัวเองกำลังเชิญ สักแต่อยากได้ฤทธิ์เดช พอศีลไม่เสมอ บารมีไม่ถึง จิตไม่นิ่ง ของมันก็ตีกลับสิครับ วิธีแก้? เลิกงมงายแล้วหันมาศึกษาให้ 'เข้าใจ' แก่นแท้เสียก่อน ท่องจำประโยคนี้ให้ขึ้นใจเลยนะ... "คาถาเข้าตัว ก็ไม่สู้คาถาเข้าใจ" ปรับจิตให้รู้คุณพระ รู้คุณครูบาอาจารย์ แล้ววิชาอาคมที่คุณถือ มันจะคอยคุ้มครองคุณเองครับ


